ศัลยกรรมตา แก้หนังตาตก

 การดึงคิ้ว หางตา ตีนกา

        เมื่อเรามีอายุมากขึ้น คิ้ว จะเลื่อน ตำแหน่งลงมาใกล้ตามากขึ้น โดยที่เราไม่รู้สึกตัว เนื่องจากขบวนการดังกล่าว เกิดขึ้นโดยเวลาเป็น 10 ปี การตกของคิ้วมีผลให้หนังตาทั้ง 2 ข้างหย่อนลงปิดชั้นตา ในคนไข้บางรายที่มีปัญหา เรื่องหางตาตก อาจเกิดจากคิ้วตกร่วมด้วย โดยทั่วไปการตกของคิ้วมักเกิดร่วมกับรอยตีนกาที่ชัดเจน และ รอยย่นหน้าผากที่ชัดเจนขึ้น บางรายการ ผ่าตัด ชั้นตาบนอาจไม่แก้ปัญหาในผู้ป่วยบางราย อาจต้องผ่าตัดยกคิ้ว เพื่อให้ชั้นตาดูดีขึ้นมากกว่าการทำชั้นตาบนอย่างเดียว

 

เทคนิคการผ่าตัด


เทคนิคที่ 1

การผ่าตัดดึงหน้าผากโดยทั่วไป อาจทำโดยการฉีดยาชาหรือวางยาสลบ การผ่าตัดดึงหน้าผาก นอกจากจะช่วยยกคิ้วแล้วยัง ช่วยลดรอยย่นบริเวณหน้าผากด้วย ในปัจจุบัน วิธีการดึงคิ้ว มี 2 วิธี คือ การผ่าตัดปกติ และการผ่าตัดโดยใช้กล้อง (endoscopic forehead lift)

เทคนิคที่ 2

การผ่าตัดดึงขมับ (temporal lift) ใช้กับผู้ที่ต้องการยกคิ้วทางด้านข้าง โดยที่มีรอยย่นที่หน้าผากน้อย และการผ่าตัดช่วยยกคิ้วทางด้านข้างขึ้น ช่วยทำให้ชั้นตาสูงขึ้นในผู้ที่มีคิ้วตกบางราย เทคนิคการดึงขมับมีแผลเป็นได้ 2 บริเวณ คือ บริเวณไรผมและในไรผม

เทคนิคที่ 3

เป็นการดึงคิ้วโดยใช้การสอดไหม เป็นวิธีการผ่าตัดที่มีแผลบริเวณศีรษะ ขนาด 1.5 cm. และบริเวณคิ้วประมาณ 0.5 cm. สามารถผ่าตัดที่คลินิกได้ มีข้อดีคือมี แผลเป็นเล็กและสามารถฉีดยาชาที่คลินิกได้้ แต่สามารถยกคิ้วได้น้อย และทำให้รอยย่นที่หน้าผากเห็นชัดขึ้น เป็นการดึงยกคิ้วขึ้น โดยที่ผิวหนังบริเวณหน้าผากไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่ง 

เทคนิคที่ 4

เป็นเทคนิคที่เป็นการตัดผิวหนังที่อยู่เหนือคิ้วออก (Direct browlift of Lewis) วิธีนี้ช่วยให้ดึงคิ้วได้มากกว่าวิธีที่ 2 และ 3 เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแก้ไขตำแหน่งคิ้วโดยตรง แต่เนื่องจากในการตัดผิวหนังที่บริเวณคิ้วโดยตรง ทำให้เห็นแผลเป็นชัดในคนไข้บางราย ผู้ที่เหมาะกับวิธีดังกล่าว คือ

  1. ผู้ที่ทำคิ้ว ถาวรอยู่แล้ว หรือต้องการทำคิ้วถาวร โดยแผลเป็นที่เกิดจาก การดึงคิ้วสามารถซ่อนในคิ้วได้
  2. ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศในแถบหนาว เนื่องจากแผลเป็นมักเห็นไม่ชัดเจน

 

ขั้นตอนการผ่าตัด

  1. การผ่าตัด เทคนิคที่ 2 , 3 , 4 สามารถทำโดยฉีดยาชาที่คลินิก 
  2. เทคนิคที่ 2 จะมีแผลที่ บริเวณ ไรผม โดยที่มีการ ตัดผิวหนังศีรษะบางส่วนออก แล้วเย็บเพื่อย้ายตำแหน่งใหม่ให้คิ้วสูงขึ้น หลังจากนั้นจะเย็บปิดแผลที่ศีรษะ 
  3. สำหรับเทคนิคที่ 3 จะลงบริเวณที่ขอบคิ้ว 0.5 cm. และหนังศีรษะ 1.5 cm. , ยกคิ้วถึงตำแหน่งที่ต้องการ และเย็บปิดแผลบริเวณคิ้วและหนังศีรษะ 
  4. เทคนิคที่ 4 จะมีแผล เฉพาะที่ขอบคิ้ว โดยลงแผลที่ขอบคิ้ว ยกคิ้วถึงตำแหน่งที่ต้องการ แล้วเย็บปิดแผล 
  5. การผ่าตัดทั้งแบบที่ 2 - 4 ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง 

 

การดูแลหลังการผ่าตัด

1. ประคบเย็นที่ใบหน้า (บริเวณหน้าผากและคิ้วทั้ง 2 ข้าง) วันละ 4 ครั้ง เพื่อลดอาการบวม ประมาณ 7 - 10 วัน 
2. นอนยกศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) เพื่อลดอาการบวม 
3. แผลบริเวณคิ้วจะตัดไหมประมาณ 5 วัน 
4. แผลที่ศีรษะโดยปกติจะนัดคลายปมไหม 7 วัน และตัดไหม 10 วัน 
5. หลังจากคลายไหมแล้ว ใช้ "Vitamin E" ทานวดที่แผล เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนแข็ง (ทานวดประมาณ 3 เดือน) วันละ 2 ครั้ง ทุกๆ วัน 
6. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นแดง, คัน, คลื่นไส้อาเจียน, แน่นหน้าอก ให้มาพบแพทย์ทันที


        ปัญหาเรื่องความสวยงามเหล่านี้ พบได้บ้างแต่ไม่บ่อยนัก ซึ่งเป็นธรรมดาของการผ่าตัดทั่วไป ศัลยแพทย์ตกแต่ง ที่ผ่านมาอบรม ด้านนี้มาโดยตรง และผ่านการรับรองจากแพทย์สภา ร่วมกับประสบการณ์ที่เพียงพอ จะทำให้ปัญหาเหล่านี้น้อยลง และมีโอกาส ที่จะได้รูปร่างของชั้นตาที่สวยงามตามความประสงค์ของท่าน โดยที่ท่านต้องไม่ลืมว่าท่านได้ให้เวลาในการปรึกษา และหา ข้อมูล ที่ถูกต้อง ก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด