[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]ซิลิโคนแท่งที่ใช้ในการเสริมจมูก ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ซิลิโคนสำเร็จรูป กับซิลิโคนชนิดเหลาเอง ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้[/vc_column_text][vc_empty_space][vc_row_inner row_type="row" type="full_width" text_align="left" css_animation=""][vc_column_inner width="1/2"][vc_single_image image="3854" img_size="large" alignment="center" qode_css_animation=""][/vc_column_inner][vc_column_inner width="1/2"][vc_single_image image="3855" img_size="medium" alignment="center" qode_css_animation=""][/vc_column_inner][/vc_row_inner][vc_empty_space][vc_column_text]1. ประเภทซิลิโคนสำเร็จรูป คือ ซิลิโคนที่ถูกขึ้นรูปเป็นรูปร่างสำเร็จที่พร้อมจะใส่ ผลิตมาจากโรงงาน มีขนาดความกว้างและยาวที่แตกต่างกัน ก่อนทำการเสริมจมูกให้คนไข้ด้วยซิลิโคนสำเร็จรูป คุณหมออาจปรับแต่งรูปทรงของซิลิโคนอีกเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะสมกับโครงจมูก ของคนไข้แต่ละราย ซึ่งมีข้อดีคือ ได้รูปทรงที่แน่นอน โอกาสเอียงมีน้อยมาก และเนื้อซิลิโคนที่มีให้เลือก ความแข็ง-นิ่มได้หลายเกรด[/vc_column_text][vc_empty_space][vc_single_image image="3856" img_size="medium" alignment="center" qode_css_animation=""][vc_empty_space][vc_column_text]2. ประเภทซิลิโคนที่เหลาเอง คือ ซิลิโคนที่เป็นแผ่นใหญ่ ๆ แล้วนำมาเหลาเองให้เหมาะกับรูปจมูกของคนไข้...

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]1. ประคบเย็นทันที หลังการผ่าตัดเป็นเวลา 48 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง เช่น ใช้เจลแพ็คหรือผ้าขนหนูที่เปียกหมาดๆสัก 3 ผืนแช่ช่องแข็งและสลับนำมาประคบให้ต่อเนื่องที่สุด โดยประคบบนจมูก หน้าผาก และบริเวณรอบๆ  หลังจากนั้นไม่จำเป็นต้องประคบต่อ อาการบวมจะมีต่อไปอีกประมาณ 4-14 วันแล้วจะค่อยๆยุบลง โดยช่วงหัวตาจะยุบช้าที่สุด ดังนั้นหากรู้สึกว่าหัวตาดูโตไม่ต้องกังวล[/vc_column_text][vc_empty_space][vc_single_image image="3864" img_size="large" alignment="center" qode_css_animation=""][vc_empty_space][vc_column_text]2. นอนยกหัวสูง หรือนั่งหลับ 48 ชั่วโมง และตระหนักไว้ว่าอาการบวมจนตาปิดช่วง 3-4 วันแรกเป็นอาการปกติ และช่วง 8 วันแรกยังไม่ต้องอารมณ์เสียกับรูปทรงจมูกเพราะอาการบวมยังมีมากอยู่จนไม่อาจ ทราบทรงจมูกที่แท้จริงได้ อาการบวมช้ำจะยาวนานแตกต่างกันไปในแต่ละรายช่วง 4-14 วัน ไม่ต้องวิตกกังวลและไม่ควรส่องกระจกประเมินทรงจมูกในช่วงแรก[/vc_column_text][vc_empty_space][vc_single_image image="3865" img_size="large" alignment="center"...

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]หลายคนสงสัยว่าเจ้าสิวอุดตันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เป็นเพราะเราสกปรกเกินไปอย่างนั้นหรือ จริงๆ แล้วเจ้าสิวอุดตันนั้นมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันทำการสร้างน้ำมันมากเกินไปนั่นเอง โดยสิ่งที่ควบคุมการผลิตน้ำมันบนใบหน้าก็คือ ฮอร์โมนแอนโดรเจน(androgen)เมื่อเจ้าต่อมนี้ผลิตน้ำมันออกมาเยอะจนเหลือใช้แล้วตกค้างอยู่ในรูขุมขน มันก็จะไปรวมตัวกับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้น้ำมันนั้นข้นหนืดจนระบายออกไปไม่ได้ แต่ส่วนที่ระบายออกมาได้เราก็จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าหน้าจะมันแผล็บหรือเยิ้มไปด้วยน้ำมัน แล้วเวลาที่หน้ามันมาก ๆ จึงทำให้บางคนหันมาใช้กระดาษซับมันซับหน้าทั้งวัน เพราะคิดว่าเป็นการแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่จะช่วยกำจัดความมันออกไปได้ แต่รู้มั้ยว่าการทำแบบนี้จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ถ้าเลี่ยงได้ก็ขอให้เลี่ยงครับ ถ้าพูดถึงฮอร์โมน เราจะไปโทษฮอร์โมนอย่างเดียวก็ดูจะไม่เป็นธรรมนัก เพราะนอกจากสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันแล้ว ก็ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาได้ เช่น เรื่องของความเครียด ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงใกล้หมดประจำเดือน การแพ้เครื่องสำอาง ปัญหาผิวแพ้ง่าย การล้างหน้าไม่สะอาด จากยาสเตียรอยด์ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ วิธีล้างหน้า การล้างหน้าที่ถูกต้องช่วยลดการเกิดสิวได้จริง เพราะขนทำองศากับผิว การลูบหน้าขณะล้างหน้าควรไปในทิศทางกับขนจะทำให้ไม่มีสิ่งแปลกปลอมไปอุดตันผิว การรับประทานของหวาน การรับประทานของหวานบ่อยๆหรือปริมาณมากๆจะทำให้ร่างกายเกิดความเครียด เพราะว่าจำเป็นต้องเร่งการใช้พลังงานและเก็บสะสม จึงทำให้เกิดภาวะฮอร์โมนแปรปรวน ทำให้สิวขึ้น ภาวะความเครียดทำให้สิวขึ้น ภาวะความเครียดทำให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียดหลั่งสูงมากขึ้น ทำให้ฮอร์โมนของร่างกายแปรปรวน การรักษาสิว การรักษาสิวขึ้นกับชนิดของสิว และความรุนแรงของสิว การเลือกใช้ยาก็เช่นเดียวกัน การรักษาสิวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ...

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]1. ปลายจมูกสะท้อนแสงมากกว่าส่วนอื่น อาจเกิดจากผิวหนังนั้นบางกว่าส่วนอื่นทำให้ซิลิโคนที่อยู่ใต้ผิวหนังเริ่มสะท้อนแสงออกมา 2. ลูบปลายจมูกแล้วรู้สึกเสียวๆ เพราะปลายจมูกมีเซลรับประสาทสัมผัสมากกว่าส่วนอื่น การที่ลูบแล้วรู้สึกเสียวแปลบมากขึ้นแสดงว่า ผิวเราเริ่มบางลง 3. ต้องลงเครื่องสำอางมากกว่าบริเวณอื่น เมื่อผิวบางก็ส่งผลให้เม็ดสีจางหรือลดน้อยลง ทำให้ปลายจมูกมีสีแตกต่างจากส่วนอื่น 4. รูปร่างซิลิโคนมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เห็นว่ามีการเบี้ยวหรือเอียงหลังเสริมไปนานๆ 5. มีก้อนตะปุ่มตะป่ำบริเวณจมูก เป็นเพราะหินปูนมาเกาะที่ซิลิโคน หรือแคปซูลที่หุ้มภายนอก 6. จมูกยาวหรืองุ้มลงกว่าเดิม เกิดจากการที่ซิลิโคนเคลื่อนที่ลงมา เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกิดการทะลุของซิลิโคน 7. จมูกเริ่มมีร่องหรือรอยบุ๋ม โดยอาจเกิดจากการที่ผิวหนังด้านบน ยึดติดกับขอบของซิลิโคน ทำให้เห็นเป็นขอบของปลายซิลิโคนชัดเจนขึ้น หรือผังผืดที่เกาะรอบๆปลายซิโคนและค่อยๆรัดตัว 8. มีสิวหัวช้างปลายจมูก กินยาก้อไม่ดีขึ้น สิวหัวช้างคือการที่ผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ย่อมส่งผลให้ผิวหนังเป็นแผลและบางลงจนทำให้เห็นซิลิโคนได้ 9. จมูกเห็นเงาหรือส่วนของขาซิลิโคนชัดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากซิลิโคนที่มีขา ทำให้ผิวหนังบางลง 10. ซิลิโคนทะลุออกมาที่ปลายจมูก ให้รีบติดต่อแพทย์ทันที ร่างกายของมนุษย์เรานั้นจะมีระบบกลไก ปกป้องสิ่งแปลกปลอมจากภายนอก ซิลิโคนเป็นสิ่งแปลกปลอมทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้น ทำให้ซิลิโคนถูกดันมาที่ปลายจมูก  ทำให้เกิดอาการแดงที่ปลายจมูกและยังส่งผลให้ปลายจมูกนั้นบางลง โดยเสร็จสิ้นขบวนการต่อต้านของร่างกายนั้นก็คือการที่ซิลิโคนทะลุออกมาจากปลายจมูก โดยการแก้ไขนั้นต้องนำซิลิโคนออก และใช้เนื้อเยื่อจากส่วนอื่นมาเติมที่ปลายจมูก แต่หากร่างกายต่อต้านมากๆต้องนำซิลิโคนที่เสริมจมูกนั้นออกสถานเดียวเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ทางธีระธรฌ์คลีนิกคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้อย่างสูง ก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับการแก้จมูกนั้น ท่านต้องทราบก่อนว่า การแก้จมูกนั้นหลังทำมาแล้วต้องรอระยะเวลา 6 เดือนก่อนจึงจะสามารถแก้ไขจมูกได้ไม่สามารถทำได้ในทันที เนื่องจากเนื้อเยื่อกำลังสร้างตัว...

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]ฮัมพ์ (HUMP) คืออะไร ฮัมพ์ คือ กระดูกที่นูนขึ้นบริเวณสันจมูก ซึ่งจะมีลักษณะนูนคล้ายหลังอูฐ สามารถเกิดขึ้นได้กับจมูกของทุกคน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ของแต่ละบุคคล (ส่วนมากพบในคนยุโรป มากกว่าคนเอเชีย) ฮัมพ์เกิดจากโครงสร้างบริเวณกระดูกแข็งยกตัวสูงขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างบริเวณจมูกอ่อนที่เชื่อมต่อกันอยู่ถูกยกตัวขึ้นตามด้วยวิธีการสังเกตฮัมพ์ด้วยตัวเองสามารถทำได้คือ หันหน้าด้านข้าง สังเกตบริเวณสันจมูกหากสันจมูกยาวตรงไม่มีคลื่นนูนก็แสดงว่าไม่มีปัญหาเรื่องจมูกฮัมพ์ แต่ถ้าหากพบว่าสันจมูกมีปุ่มนูนขึ้นเล็กน้อย หมายถึง จมูกมีฮัมพ์แต่ไม่รุนแรงถึงขนาดต้องแก้ไข แต่กรณีที่จมูกมีลักษณะโก่งงุ้มคล้ายจมูกแม่มดก็ควรเข้ารับการตะไบฮัมพ์ เพื่อให้เกิดความสวยงามบนใบหน้ายิ่งขึ้น การลดฮัมพ์ หรือการตะไบจมูก การตะไบจมูกเพื่อลดฮัมพ์ คือเทคนิคแก้ไขรูปทรงจมูกและวิธีการ การลดความคุ้ม ความโก่งของจมูก ซึ่งก่อนการทำศัลยกรรมเสริมจมูกโดยการตะไบฮัมพ์ออกก่อนเสริมจมูก ทางแพทย์จะต้องทำการประเมิณและออกแบบลักษณะของจมูกก่อนว่า หากต้องการที่จะให้จมูกสวย เข้ารูป และเหมาะสมกับบุคลิกของคนไข้ ต้องดูควรตะไบฮัมพ์ออกมากน้อยเพียงใด และเสริมเข้าไปอย่างไร  หากถามว่าทำไมต้องทำการลดฮัมพ์ เพราะนอกจากลดฮัมพ์เพื่อแก้ไขรูปทรงจมูกให้มีความสวยงามแล้ว การลดฮัมพ์ก่อนที่จะศัลยกรรมเสริมจมูกจะสามารถช่วยลดความแข็งกร้าวของใบหน้าทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานได้ด้วยครับ ลดฮัมพ์ (HUMP) ทุกวันนี้ในบ้านเรามีความนิยมทำศัลยกรรมจมูกมาเป็นอันดับหนึ่งและเป็นการศัลยกรรมเพิ่มความโด่งให้จมูก ที่ใครหลายคนเข้าใจไปว่าแค่ผ่าตัดเสริมซิลิโคนเข้าไปรอให้แผลปิดสนิทดี จมูกก็จะดูโด่งสวยขึ้นแล้ว แต่ความจริงแล้วก่อนการที่จมูกจะดูสวยสมบูรณ์แบบนั้นยังมีขั้นตอนเล็กๆ...

[vc_row css_animation="" row_type="row" use_row_as_full_screen_section="no" type="full_width" angled_section="no" text_align="left" background_image_as_pattern="without_pattern"][vc_column][vc_column_text]การเสริมหน้าอกทำใหญ่กว่าไซส์ตัวดีไหม? การเสริมเต้านมนั้นโดยปกติ เราต้องไปทำการตรวจวัดขนาดของเต้านมเสียก่อนค่ะว่าจะใส่ได้สุดประมาณเท่าใด ซึ่งคุณหมอก็จะทำการวัดเต้านมอย่างละเอียด แล้วคำนวณว่าขนาดเต้านมที่ควรใส่ประมาณเท่าใด แล้วหลังจากนั้นจึงไปลองใส่บราเพื่อเทสขนาดของซิลิโคนขนาดที่วัดได้ว่าเป็นยังไงสวยไหม โดยทั่วไปไม่ควรใส่ใหญ่กว่าที่วัดได้เกินไป เพราะจะมองดูว่าใหญ่เกินไป มีปัญหาปวดหลังในระยะยาว และหย่อนคล้อยมากเมื่ออายุเยอะขึ้น ในบางคนใส่ใหญ่มากไปแต่เนื้อไม่พอก็จะทำให้มีปัญหาเรื่องเกิดรอยแตกลาย และบางครั้งแผลไม่ติดได้ซึ่งมักเกิดจากผิวหนังตึงเกินไป เสริมหน้าอกไปแล้วให้นมบุตรได้ไหม? สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เพราะว่าซิลิโคนไม่ได่อยู่ในต่อมน้ำนม ดังนั้นจึงผลิตนมได้ปกติ แต่การใส่ใหญ่มากเกินไปอาจทำมีผลไปเบียดต่อมน้ำนมทำให้ผลิตน้ำนมได้น้อยได้ครับ ทำหน้าอกมาแล้วเป็นหน้าอกนมแฝดแก้ได้ไหม? โดยปกติคนเราส่วนใหญ่นมจะห่างกันเล็กน้อย 1 -2 ซม. เนื่องจากคนเรามีกระดูกกลางหน้าอก การที่เราใส่ซิลิโคนชิดกันเกินไปจึงมีโอกาสที่เต้านมจะแตกเข้ากันได้ ทำให้กลายเป็นนมประหลาด สามารถแก้ไขได้โดย แบบแรกถอดแล้วพักเต้านม แล้วมาใส่ใหม่ภายหลัง 6 เดือน หรือใส่ในpocket คนละระนาบกันและควรใส่ขนาดเล็กลงก็จะแก้ปัญหาได้ เสริมหน้าอกไปมีโอกาสเป็นมะเร็งไหม? ถ้าเสริมหน้าอกที่เป็นซิลิโคนที่ผ่าน อย. แล้วส่วนใหญ่มีการติดตามผู้ป่วยระยะยาวพบว่าโอกาสการเกิดมะเร็งเต้านมใกล้เคียงคนปกติ ดังนั้นจึงควรใช้ซิลิโคนที่ถูกกฎหมายและผ่าน อย.ครับ ทำไมการเสริมหน้าอกจึงมักใส่ใหญ่มาก? จริงๆแล้วมันเกิดจากแฟชั่นที่ว่านมใหญ่แล้วดี เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น สามีเป็นคนต่างชาติซึ่งบ้านเมืองเขาผู้หญิงตัวโตมากนมก็ใหญ่ตามตัวด้วยแต่เราคนไทยตัวเล็กกว่า นมก็เล็กกว่าแต่สามีขอร้องให้ทำใหญ่ แฟชั่นพวกกลุ่มprettyที่กลุ่มผู้ชายชอบตามไปดูตามงานต่างๆ ทำให้เกิดกระแสขึ้นยอดขายของดีขึ้น ข่าวการอัพไซด์ของดาราทำให้เกิดกระแสการทำนมใหญ่กว่า การฉีดไขมันมีผลกระทบบ้างหรือเปล่า เอาไขมันมาจากส่วนไหนของร่างกาย? ดูดจากบริเวณโคนขา...

การฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน(Botulinum toxin) ช่วยลดเลือนริ้วรอย หรือแม้กระทั่งฉีดโบทูลินั่ม ท็อกซิน...

ในบรรดาประเภทของศัลยกรรมทั้งหมด “การเสริมหน้าอก” เป็นหนึ่งในการศัลยกรรมที่มีผู้ให้ความสนใจ...

อาหารที่ช่วยลดอาการบวมช้ำหลังจากที่เราได้ทำศัลยกรรมบนใบหน้าของเราจะเกิดอาการบวมและอาจเกิดการอักเสบบ้าง...

ใครไม่เคยปวดไมเกรนก็คงไม่รู้ว่า อาการปวดไมเกรนนั้นทรมาณมากขนาดไหน และมีผลต่อการดำเนินชีวิตมากอย่างไร...