ปลูกผม-ปลูกคิ้ว-ธีระธรณ์คลีนิค-by-หมอกัน.
ปัญหาผมหลุดร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน หรือหัวเถิก ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้คนเรากังวลใจ ขาดความมั่นใจในตัวเองไปไม่น้อย อีกทั้งยังจัดการได้ยาก และยาวนาน หลายคนจึงมองหาวิธีแก้ไขที่เห็นผลดี ซึ่ง การปลูกผม นับว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และได้ผลลัพธ์ที่ดี สำหรับใครที่กำลังคิดจะปลูกผม แต่ยังสงสัย มีคำถามมากมายไม่ว่าจะเป็นสาเหตุเกิดจากอะไร การปลูกผมทำอย่างไรบ้าง รวมไปถึงเลือกคลินิกแบบไหนดี วันนี้หมอมีคำตอบ บอกแบบเจาะลึกถึงข้อมูลที่ทุกคนควรทราบก่อนจะปลูกผม!! เพราะปลูกผมทั้งที ต้องเลือกให้ดีไปเลย
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร

การปลูกผม คืออะไร

การปลูกผม (Hair Transplantation) คือ การศัลยกรรมผิวหนังรูปแบบหนึ่ง เพื่อปลูกผมให้ได้หนาและดกมากขึ้น ด้วยการย้ายเซลล์รากผมที่สมบูรณ์แข็งแรงจากบริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งที่ต้องการปลูกผม ซึ่งเส้นผมจะงอกขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์ภายใน 12-18 เดือน ในปัจจุบันคนจึงหันมาเลือกปลูกผมมากขึ้น เพราะสามารถปรับรูปลักษณ์ เสริมความมั่นใจ ให้กลับมาดูอ่อนวัยอีกครั้ง

ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
1. พันธุกรรม ปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน พบได้ทั้งผู้ชาย หรือผู้หญิง เกิดจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) หรือฮอร์โมนผู้ชายถูกเปลี่ยนเป็นดีเอชที (Dihydrotestosterone) ส่งผลให้ผมที่เกิดมาใหม่ค่อยๆ เส้นเล็กลง รวมไปถึงบางลงเรื่อยๆ ซึ่งต้องอธิบายก่อนว่า ฮอร์โมนตัวนี้จะมีในร่างกายผู้หญิงอยู่แล้วในปริมาณเล็กน้อย แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้นฮอร์โมนหญิงลดลง จะทำให้ฮอร์โมนตัวนี้เด่นขึ้น ส่งผลให้ผมร่วง และบางลงโดยเริ่มจากบริเวณกลางศีรษะก่อนขยายวงกว้าง ส่วนผู้ชายจะเริ่มจากบริเวณด้านหน้า
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
2. สารเคมี มีอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเกิดจากการทำสี ดัด ย้อม ฟอก หากยิ่งใช้สารเคมีที่ไม่ได้มาตรฐานสะสมเยอะๆ จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าผมเริ่มบาง และร่วงเป็นจุดๆ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ ส่วนอีกสาเหตุเกิดจากการทานยาบางชนิด ที่มีผลต่อการหลุดร่วงของผม หรือเกิดภาวะผมร่วง เช่น ผู้ป่วยไทรรอยด์ ผู้ป่วยมะเร็ง
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
3. ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สามารถส่งผลให้ผลร่วงได้ เช่น คุณแม่ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงหลังคลอด ซึ่งจะกลับสู่ภาวะสมดุลเป็นปกติในช่วง 3-6 เดือนนั้นเอง
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ผมร่วง ผมบาง หัวล้าน เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง
4. สารอาหาร สารอาหารบางชนิดช่วยบำรุงผมได้ดี ช่วยให้ผมสวยและสุขภาพดี เช่น โปรตีน โอเมก้า3 และวิตามินบี เพราะหากขาดสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลให้ผมหยุดการเจริญเติบโต แห้ง และหลุดร่วงได้ ทั้งนี้สาเหตุที่พบได้มากที่สุด คือ พันธุกรรม ซึ่งพบประมาณมากกว่า 90 % ส่วนสาเหตุอื่นๆ พบน้อยมากประมาณ 5-10 %

ใครบ้างควรปลูกผม ?

ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม
1. สำหรับคนที่มีผมบาง เป็นจุดหย่อมๆ
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม
2. ปัญหาศีรษะล้าน ทั้งจากพันธุกรรม และโรคบางโรค
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม
3. สูญเสียผมจากอาการบาดเจ็บของหนังศีรษะ หรือพันธุกรรม

บอกลาผมบาง หัวล้าน ด้วยนวัตกรรมที่ดี !! การปลูกผมมีกี่แบบ? 

1. การปลูกผมแบบ FUT : Follicular Unit Transplantation เป็นการปลูกผมแบบผ่าตัดเป็นวิธีที่ใช้ตั้งแต่มีศัลยกรรมปลูกผมช่วงเริ่มแรก ในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมแล้ว โดยแพทย์จะนำหนังศีรษะบริเวณที่มีผม คือบริเวณท้ายทอยมาเย็บประกบกันกับบริเวณที่ต้องการปลูกผม เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปลูกครั้งละจำนวนมาก ซึ่งบริเวณที่ถูกผ่าตัดนำหนังศีรษะออกอาจจะกลายเป็นรอยแผลเป็นตามรอยแผลเย็บในภายหลัง และเสี่ยงการติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากต้องรอเวลาพักฟื้นนาน
2. การปลูกผมแบบ FUE : Follicular Unit Extraction เป็นการปลูกผมแบบเจาะ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากแบบเดิม โดยการเจาะเอาเซลล์รากผมทีละกอ (กราฟ) บริเวณท้ายทอย เพราะเป็นบริเวณที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุด ได้รับผลของฮอร์โมน DHT น้อยที่สุด ย้ายมาปลูกบริเวณที่ต้องการปลูก วิธีนี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดให้มีรอยแผลเป็น และลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อด้วย แต่คุณภาพของเซลล์เซลล์รากผมอาจจะลดลงเล็กน้อย เพราะต้องพักอยู่นอกร่างกาย ระหว่างที่นำเซลล์รากผมออกมาให้ครบตามที่ต้องการปลูก รวมไปถึงการกดเจาะของแพทย์ ต้องเชี่ยวชาญเพื่อรักษาคุณภาพไม่ให้เซลล์รากผมช้ำ และวิธีนี้จะเกิดรอยแผลเป็นตามจุดที่เจาะด้วย
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม-เตรียมตัวก่อนปลูกผม

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

1. ปรึกษา คนไข้ต้องเข้ามาปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์ทำการประเมินเบื้องต้นว่า ปัญหาที่เป็นเกิดจากสาเหตุอะไร และเลือกวิธีการรักษาที่สามารถตอบโจทย์ และได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
2. งดการสระผม ตัดแต่งผม ควรงดการตัดผมอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเริ่มการปลูกผม เพื่อให้เพียงพอต่อการปลูกผม และปกปิดในส่วนที่ปลูกได้
3. งดรับประทานยา ก่อนเข้ารับการปลูกผมคนไข้ควรงดทานวิตามิน รวมทั้งยาบางประเภทที่มีผลต่อการรักษาตามแพทย์สั่ง
4. งดเครื่องดื่ม และสูบบุหรี่ ก่อนปลูกผมควรงดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ และหลังการปลูกผมอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้แผลหายไวมากขึ้น

ขั้นตอนการปลูกผม

ขั้นตอนที่ 1
แพทย์จะเริ่มตัดแต่งผมหรือโกนผมบริเวณด้านหลัง แล้วจึงทำการฉีดยาชาในบางจุดเพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บในระหว่างที่ทำการปลูกผม
ขั้นตอนที่ 2
ในระหว่างที่แพทย์ทำการปลูกผม คนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลาแต่ไม่รู้สึกเจ็บ หลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะเริ่มใช้เครื่องมือพิเศษดึงเอาเซลล์รากผมออกทีละกอ (กราฟ) อย่างระวัง เพื่อรักษาคุณภาพของเซลล์รากผมให้ยังคงสมบูรณ์อยู่จนได้ครบตามจำนวน
ขั้นตอนที่ 3
แพทย์จะนำเซลล์รากผมแต่ละกราฟไปส่องในแว่นขยายเพื่อแยกไขมัน และเนื้อเยื่อออกจากกัน อีกทั้งคัดแยกกราฟผมที่มีจำนวนหลายเส้น ระหว่างนั้นก็แช่เซลล์รากผมที่เหลือไว้ในน้ำยาที่มีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของเซลล์รากผม
ขั้นตอนที่ 4
แพทย์เริ่มนำไปปลูกบริเวณที่ต้องการปลูกผม หรือตามที่ได้ขีดเส้นพื้นที่ไว้ โดยการใช้เครื่องมือเข็มขนาดเล็กเจาะหนังศีรษะและนำเซลล์รากผมฝังลงไปทีละกราฟที่ผ่านกระบวนการแยกแล้วอย่างระมัดระวัง ด้วยความชำนาญของแพทย์ ใส่ใจรายละเอียด และมีทีมแพทย์ที่รักษามาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี เป็นธรรมชาติ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟ (เส้นผม) ที่จะปลูก
ขั้นตอนที่ 5
เมื่อแพทย์ปลูกผมเสร็จแล้ว จะทำการปิดแผลด้วยผ้าก๊อชเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยปิดแผลบริเวณที่ปลูกผมไว้ประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแผลไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน และคอยติดตามผลในช่วง 1 ปี
ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม-เตรียมตัวก่อนปลูกผม-การปลูกผมด้วยวิธี FUE ดีอย่างไร

การปลูกผมด้วยวิธี FUE ดีอย่างไร ?

  1. เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก และได้ผลลัพธ์ที่ดี จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
  2. ไม่เกิดรอยแผลเป็นจากการเย็บแผล เนื่องจากการปลูกผมแบบ FUE ไม่ต้องผ่าตัดหนังศีรษะ
  3. ในขณะที่ทำรู้สึกเจ็บน้อยกว่าแบบเดิมที่ผ่านมา และมีแผลน้อย ไม่เกิดรอยแผลเป็นตามหลัง
  4. พักฟื้นน้อยกว่า และไม่เสี่ยงติดเชื้อง่าย

การปลูกผมด้วยวิธี FUE มีข้อเสียอย่างไร ?

ใช้เวลาในการผ่าตัดค่อนข้างนาน เนื่องจากต้องนำผมออกมาทีละกอ

การดูแลตนเองหลังปลูกผม

ปลูกผมถาวร-Hair Transplantation-ธีระธรฌ์คลินิก-หมอกัน-ปลูกผมที่ไหนดี-การปลูกผม คืออะไร-ใครควรปลูกผม-เตรียมตัวก่อนปลูกผม-การปลูกผมด้วยวิธี FUE ดีอย่างไร-การดูแลตัวเองหลังปลูกผม
คุณหมอจะแนะนำ และย้ำกับคนไข้เกี่ยวกับการดูแลตนเองเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี และมีประสิทธิภาพมากที่สุด การดูแลตนเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นผลลัพธ์เร็วยิ่งขึ้น
  1. หลังการปลูกผมทางคลินิกจัดยา และคำแนะนำการปฏิบัติตัวให้กลับไปที่บ้าน ซึ่งหากมีอาการปวดควรทานยาแก้ปวด และสามารถทานยาปฏิชีวนะได้ เพื่อเป็นการป้องกันการอักเสบ
  2. คนไข้สามารถถอดผ้าพันแผลบริเวณรอบศีรษะหลังปลูกผมเสร็จ 5-7 วัน และสามารถกลับไปทำงานได้ปกติภายใน 5-7 วัน
  3. ในช่วง 2 สัปดาห์หลังปลูกผมสามารถสระผมได้  โดยควรสระด้วยแชมพูเด็ก และฟองน้ำ งดการเกาผมแรงๆ
  4. หลังการปลูกผมประมาณ 3 สัปดาห์ อาจพบอาการผมร่วง หรือเรียกว่า Shock Loss ซึ่งจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น จากนั้นประมาณ 6 เดือนจนถึง 9 เดือนผมจะเกิดขึ้นมาใหม่ แต่หากยังไม่ขึ้นแนะนำให้พบแพทย์เพื่อฟังคำแนะนำ
  5. ในช่วง 4 สัปดาห์หลังปลูกผม ก่อนออกไปด้านนอกควรใส่หมวก เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแดดและลม โดยตรง
  6. หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีอาการคัน หนังศีรษะบวม มีรอยช้ำบริเวณรอบดวงตา เกิดการติดเชื้อ และมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณแผล ควรรีบพบแพทย์

ทำไมต้องเลือกปลูกผมที่ธีระธรฌ์คลินิก

  1. ธีระธรฌ์คลินิก มีทีมแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญ มีความรู้ทางด้านการแพทย์โดยเป็นแพทย์ที่ศึกษาการปลูกผมตั้งแต่รุ่นที่ 2 ของประเทศไทย และมากประสบการณ์ทางด้านปลูกผม เพื่อรักษามาตราฐานความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ
  2. ธีระธรฌ์คลินิกหมั่นศึกษา และพัฒนาเทคนิคการปลูกผมอยู่เสมอ และแน่นอนว่าเลือกเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบโจทย์คนไข้ได้มากที่สุด
  3. ธีระธรฌ์คลินิกให้คำแนะนำ และนัดติดตามดูแลอาการอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจได้ว่าทุกเคสที่ปลูกผมไม่เคยมีปัญหา เพราะคุณหมอจะเคร่งครัดในเรื่องการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก
ดังนั้น ก่อนคิดจะปลูกผมแต่ละครั้ง จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ดีและถี่ถ้วน เลือกแพทย์ที่ชำนาญเฉพาะด้าน หรือมีทีมแพทย์ที่เก่ง มากด้วยประสบการณ์โดยตรง และก็เป็นคลินิกที่สะอาดได้มาตรฐาน แล้วคุณจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแน่นอน